TICKET & HOTEL

สนใจจองตั๋วเครื่องบินหรือโรงแรมในต่างประเทศ ติดต่อ 089 249 3898
OFFICE TIME : MON-FRI 09.00-18.00
 
เพราะสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วโลกมีอยู่มากมายและเพื่อเป็นการประหยัดเวลา นักท่องเที่ยวหลายคนจึงมักเลือกเดินทางด้วย "เครื่องบิน" เพราะเป็นการประหยัดเวลารวมทั้งเป็นการเซฟร่างกายให้สามารถใช้เวลาในการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มทีอีกด้วย แต่สิ่งสำคัญในการสำรองตั๋วเครื่องบินสำหรับเดินทางในแต่ละครั้งนั้น ยังมีหลายท่านยังไม่เข้าใจและยังไม่ทราบข้อมูลกันอยู่ในบางขั้นตอน ดังนั้นเราหยิบเอาข้อมูลดีๆของ คุณart_sarawut สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ได้บอกเล่าเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการจองตั๋วเครื่องบินก่อนออกเดินทางแต่ละครั้งมาบอกกัน

 1. ราคาบัตรโดยสาร (ตั๋วเครื่องบิน) ราคาบัตรโดยสารของเครื่องบินไม่ใช่ราคาเดียวทั้งลำ นอกจากจะแบ่งเป็น"ชั้นประหยัด" กับ "ชั้นธุรกิจ" อย่างที่คนส่วนใหญ่ทราบกันดีแล้ว ในชั้นนั้นยังแบ่งราคาออกยิบย่อยอีกมากมาย จะจำแนกให้ดูดังนี้ เช่นเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ในชั้นประหยัดจะยังมีราคายิบย่อยลงมาหลายราคา ไล่จากถูก-แพง ตั้งแต่ราคา"ราคาโปรโมชั่น" ที่เห็นโปรโมทตามเว็บไซต์กับแผ่นพับจนถึง "ราคาเต็ม" โดยระดับราคาก็จะไล่ขึ้นไปเป็นขั้นบันได
-ดังนั้นเวลาผู้โดยสารจะสำรองที่นั่ง เจ้าหน้าที่จึงจะถามให้ละเอียดว่าจะเดินทางวันไหน เวลาไหน เพื่อจะได้แจ้งราคาได้ถูกเพราะแต่ละเที่ยวบินก็จะเหลือที่นั่งไม่เท่ากัน เส้นทางเดียวกัน จองเวลาห่างกัน 5 นาที 10 นาทีเป็นต้นไปคุณอาจได้ราคาถูกลงหรือแพงขึ้นเป็นหลักพันได้ ราคาบัตรโดยสารโปรโมชั่นก็ไม่ได้มีทุกเส้นทางหรือไม่ได้มีตลอดเวลา บางเส้นทางไม่มีบางเส้นทางอาจไม่มี
-สิ่งที่พบบ่อยคือผู้โดยสารชอบเข้าใจผิด คิดว่ามันเหมือนราคาแบบรถทัวร์หรือรถตู้อะไรทำนองนั้น จะถามลอยๆว่าเส้นทางนี้ราคาเท่าไหร่? เจ้าหน้าที่ก็จะตอบไม่ได้เพราะไม่มีวันและเวลาที่แน่นอน อย่างที่เรียนไปข้างต้นเส้นทางเดียวกันแท้ๆแต่ราคาอาจต่างกันถึง2 เท่าได้ในคนละวันเวลา  ตรงนี้ก็คงต้องอยู่ที่ผู้โดยสารว่ากำหนดเงื่อนไขของตัวเองไว้ที่ตรงไหน ระหว่าง "วันเวลาเดินทาง"หรือ "ราคา" ถ้าราคาสำคัญต้องการของถูก เราก็สามารถไล่หาให้ได้ว่าวันไหนที่มีที่นั่งราคาโปรโมชั่น กลับกัน ถ้าวันเวลาเดินทางสำคัญกว่าเราก็แจ้งให้ทราบได้ว่าราคาของวันนั้นๆ เท่าไหร่ แต่อาจจะไม่ได้ราคาโปรโมชั่นนั่นเอง
 2. ชั้นประหยัดเหมือนกันแท้ ๆ แล้วมันต่างกันยังไง ?
- สิ่งแรกและสิ่งสำคัญที่แตกต่างก็คือ "เงื่อนไขบัตรโดยสาร"เช่นราคาโปรโมชั่น คลาสราคาต่ำสุดคุณอาจจะเปลี่ยนวัน/เวลาเดินทางไม่ได้เลย ถ้าไม่เดินทางก็ขอคืนเงินไม่ได้ ทั้งนี้ในส่วนของเงื่อนไขบัตรโดยสารเราจะดูตามสิ่งที่เรียกว่าFare Basis เช่น BFTH ตัวแรกก็คือคลาส B ตัวที่ 2 ตัว F จะบอกว่า Fix Flt/Date ก็คือ เปลี่ยนแปลงวันเวลาไม่ได้และสุดท้าย TH ก็คือ การบอกว่า Fare นี้ขายในไทยนั่นเอง (ถ้าเป็นบัตรโดยสารของเด็กก็จะมีCH (Children) ต่อท้ายมาด้วย) เป็นต้น
- คำถามที่ว่าแล้วถ้าเปลี่ยนแล้วได้ที่นั่งถูกลงล่ะ อันนี้สายการบินไม่อนุญาตให้downgrade ยกเว้นลดจากBusinessมาเป็น Economy(ตัวเต็ม) ก็จะทำได้และคืนส่วนต่าง
-อีกตัวอย่างของเงื่อนไขโปรโมชั่น คือ เช่นบินไฟลท์เช้าสุดหรือดึกที่สุด ตรงนี้ก็อาจจะมีราคาโปรโมชั่นเหมือนกัน แต่อย่างที่เรียนไปคือโปรโมชั่นต่างๆไม่ได้มีทุกเส้นทางและตลอดเวลา ต้องดูให้ดีๆว่าเส้นทางไหนเวลาอะไร
**  สรุปกว้างๆจะแบ่งเป็น(เปลี่ยนแปลงไม่ได้/ขอคืนเงินไม่ได้), (เปลี่ยนแปลงได้มีค่าธรรมเนียม+ส่วนต่าง/ขอคืนเงินไม่ได้), (เปลี่ยนฟรี/ขอคืนเงินได้มีค่าธรรมเนียม)ตรงนี้ยังไงระหว่างการสำรองที่นั่งเจ้าหน้าที่เขาจะแจกแจงให้ฟังเองครับ ถ้าทราบแล้วก็บอกเขาก็ได้นะจะไม่ถือว่าเขาทำผิด แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ลืมแจ้งเองอันนี้จะถือว่ามีความผิดทันที
-อีกความแตกต่างก็คือ"การเลือกที่นั่ง"ทุกราคาจะได้สิทธิ์พื้นฐานเหมือนกัน สามารถเลือกที่นั่งเองได้ผ่านเว็บไซต์หรือ Web Check-Inนั่นเอง แต่ราคาต่ำๆ ก็จะถูกล็อกให้นั่งเฉพาะส่วนหลังของเครื่องเป็นต้น ส่วนพวกราคาสูงๆจะนั่งตรงไหนก็ได้ตามใจชอบและถ้าหากโทรไปสำรองที่นั่งกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะเลือกที่นั่งให้ได้เฉพาะบัตรโดยสารที่ราคาสูงขึ้นไปหน่อยเช่น ส่วนถ้าราคาต่ำเจ้าหน้าที่จะเลือกให้ไม่ได้และจะบอกให้ผู้โดยสารไปเลือกเองผ่านเว็บไซต์ เป็นต้น
(* อนึ่งต่างๆ เหล่านี้อาจจะไม่เหมือนกันในแต่ละสายการบินนะครับ)
 3. เผื่อเวลานิด เวลาสำรองที่นั่ง บ่อยครั้งที่ผู้โดยสาร ที่จะบินวันนี้ก็โทรมาจองวันนี้ แล้วก็ไม่พอใจเวลาไม่ได้ราคาโปรโมชั่นถูกสุดๆตามโฆษณา ซึ่งพวกราคาโปรโมชั่นมันก็หมดไวจึงควรสำรองที่นั่งแต่เนิ่นๆ ที่เคยเจอโหดสุดๆนี่ก็มีแบบจะบินในอีก2 ชั่วโมง โทรมาสำรองที่นั่งตรงนั้นเราก็ทำให้ไม่ได้แล้ว ต้องไปติดต่อหน้าเคาน์เตอร์สนามบินเองเลยซึ่งจะทันหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะขั้นต่ำมันต้องอย่างน้อย2 ชั่วโมง คือจริงๆแล้ว ขนาดคนที่มีบัตรโดยสารแล้วแค่การไปเช็กอินที่สนามบิน เขาก็ต้องไปล่วงหน้า1 ชั่วโมง 30 นาที สำหรับในประเทศ และ2 ชั่วโมง สำหรับต่างประเทศอยู่แล้วนะ กระชั้นชิดขนาดนั้นก็ไม่ไหว เราก็ได้รับการแนะนำให้แจ้งผู้โดยสารให้เผื่อเวลาเพิ่มจากเดิมอีก 1 ชั่วโมง
-อีกเรื่องที่ดีสำหรับการสำรองที่นั่งล่วงหน้า ก็คือ ยิ่งทำล่วงหน้านาน ยิ่งมี "Time Limit" ในการชำระเงินมากเท่านั้น คือ ปกติเราสำรองที่นั่งไว้เก๋ๆ แต่ไม่จ่ายเงินก็ได้นะครับ มันจะมีเส้นตายให้จ่ายเงิน ถ้าไม่จ่ายbooking ก็ตัดไปเอง อย่างที่หลายท่านสำรองที่นั่งกระชั้นชิดมากระบบก็ตั้ง Time Limit นี้กระชั้นชิดตามไปด้วย เช่นอาจจะภายใน 2 ชั่วโมง (หลังจากสำรองที่นั่งเสร็จ) บางคนก็เลยจะบ่นว่าเร็วจัง กลับกัน เช่นสมมุติว่าสำรองที่นั่งล่วงหน้า 1 อาทิตย์ ก็อาจได้เวลาในการชำระเงินเป็น 3 วันหรือถ้าสำรองล่วงหน้าชนิด 3 เดือน ก็อาจได้เวลาในการชำระเงินยาวๆมากกว่าภายใน 3วันก็เป็นได้
4.ถ้าผู้โดยสารเป็นสมาชิกของสายการบิน บอกเลขสมาชิกเลยก็ง่ายดีกว่า บางทีเจ้าหน้าที่ไม่ได้ถามทำไปจนเสร็จ ผู้โดยสารเพิ่งนึกได้บอกเลขสมาชิกมา แต่สะกดชื่อไม่ตรงกันกับที่เขาบอกมาอาจเป็นเหตุให้สะสมไมล์ไม่ได้
5.ถ้าจะสำรองที่นั่ง แนะนำให้ถือบัตรประชาชน/พาสปอรต์ หรือสำเนาไว้เลย เราต้องการชื่อสะกดเป็นภาษาอังกฤษที่ตรงกับบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต แล้วเจ้าหน้าที่เค้าจะทวนให้เอง เป็นalphabet แบบ"ชื่อคุณธวัชชัยนะคะ สะกดเป็น ที ไทยแลนด์, เอช ฮ่องกง, เอ อเมริกา..." ประมาณนี้ ตรงนี้ตอนเจ้าหน้าที่ทวน แนะนำให้ตั้งใจฟังนะครับ ระวังชื่อผิดนะ
6.การเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ชื่อใครอยู่บนบัตรโดยสารคนนั้นต้องบินเองเท่านั้น ไม่มียกสิทธิ์ให้คนอื่น
7.ถ้าคุณมีกระเป๋าราคาแพง หรือกีตาร์สุดหวง คุณสามารถ"ซื้อที่นั่ง" ให้สิ่งของเหล่านั้นได้
8.ถ้าการสำรองที่งของคุณ "จัดเต็ม" มาก เช่นอาจจะ 8 คน 3 บุ๊คกิ้ง ไปด้วยกัน แยกกันกลับ คนละเส้นทาง คนละวัน/เวลา มีครบทั้งผู้ใหญ่, เด็ก, ทารก ขออาหาร, ขอวีลแชร์, ขอเลือกที่นั่ง ฯลฯ รายละเอียดเยอะหน่อย ก็อาจจะใช้เวลานิดนึงในการสำรองที่นั่งใจเย็น ๆ นิดนึง คือจะบอกว่าการสำรองที่นั่ง ทุก ๆ รายละเอียดนี่เราต้องใส่หมดเลย เป็นเด็กก็อย่างหนึ่ง ทารกก็อย่างหนึ่ง ไปด้วยกันก็ต้องใส่ข้อมูล ขออาหารก็ต้องใส่ ขอวีลแชร์ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้มันจะค่อนข้างละเอียดและผิดพลาดไม่ได้ เจ้าหน้าที่เลยอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง ปกติถ้าอย่างง่าย ๆ เลยแค่ไม่ถึง 5 นาทีก็เสร็จ
ทั้งนี้ทั้งนั้น เงื่อนไขภาพรวมในแต่ละสายการบินคล้ายกันแต่อาจแตกต่างกันในบางประการ ตามนโยบายของสายการบินนั้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณ art_sarawut สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม  

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโรงแรมที่พัก ที่ท่านควรทราบ
1.เนื่องจากการวางแผนผังห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) , ห้องพักคู่แบบ 2 ท่าน (Twin/Double) และ ห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง(Triple Room) ห้องพักแต่ละประเภท อาจจะไม่ติดกัน หรือ อยู่คนละชั้นกันและบางโรงแรมอาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน ซึ่งถ้าต้องการเข้าพัก 3 ท่านอาจจะต้องเป็น 1 เตียงใหญ่ กับ 1 เตียงพับเสริมหรืออาจมีความจำเป็นต้องแยกห้องพัก เป็นห้องคู่ 1 ห้อง(Twin/Double) และ ห้องเดี่ยว 1 ห้อง (Single) 
2.โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ
3.กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม 
4.โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็นอาคารแบบดั้งเดิม(Traditional Building) ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัตและไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน

ไม่พบเนื้อหา
Powered by MakeWebEasy.com